คนไม่ใช่น้อยบางครั้งก็อาจจะเคยชินกันดี กับ หวยรัฐบาลไทย เนื่องจากว่า อยู่คู่กับ สังคมคนประเทศไทยกันมาอย่างนาน ที่มีชื่อเรียก โดยทางการว่า ลอตเตอรี่ หรือ ที่เรียกกันชินปากว่า สลากกินแบ่ง นั่นเอง เป็นสลากที่รัฐบาลนั้นทำขึ้นเพื่อขายแก่ผู้เล่น บ้างก็เรียกว่า สลากกินแบ่งไทย เป็นการเสี่ยงดวง ถ้าหากเลขลำดับที่ผู้บริโภคสลากนั้น ตรงกับรางวัลที่ออก ผู้บริโภคจะสามารถไปปรับเงินสูงขึ้นรางวัลได้ โดยสามารถซื้อสลากด้วยราคาเพียงแค่ 80 บาท แต่ว่าได้โอกาสได้รับรางวัลใหญ่ที่มีมูลค่ามากถึง 6 ล้านบาท นอกเหนือจากนั้น หวย เอง ก็ชอบอ้างอิง ผลของการออก หวยรัฐบาล หรือ

หวยรัฐบาล มาเป็นตัวตั้งสำหรับการออกดอกออกผลรางวัล อาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีราคาที่ต่ำกว่า ล็อตเตอรี่ เหตุเพราะ เจ้ามือบางรายนั้น มีการให้ส่วนลดการซื้อสลาก และก็มอบเงินรางวัลที่สูงกว่า แม้กระนั้น หวยไม่ได้การสารภาพทางกฎหมาย แตกต่างจากสลากกินแบ่ง

ดังนี้สำหรับสลากของรัฐบาลเองนั้น ผู้เล่นหรือคนซื้อสลากต้องมีแก่กว่า 18 ปีขึ้นไป

ความเป็นมาสลากกินแบ่ง หวยรัฐบาลไทย

สลากกินแบ่ง หวยรัฐบาล เป็นการพนันโดยผู้เสี่ยงทายจำต้องเลือกหรือซื้อเลขลำดับ สลากกินแบ่ง VIP ที่อยากได้ แล้วรอคอยการออกรางวัล ตามปริมาณที่ตกลง ในประเทศไทยมีลอตเตอรี่อีกทั้งแบบถูกต้องตามกฎหมายและก็ไม่ถูกกฎหมาย เกิดขึ้นราวปี พุทธศักราช 2375 รัชกาลที่ 3 ซึ่งเป็นตอนขาด สินค้าต่างๆมีราคาแพง คนไม่ยินยอมนำเงินมาใช้ เอาเงินไปฝังเอาไว้ในดิน ถัดมาได้ไขปัญหาหัวข้อนี้ด้วยการตั้งลอตเตอรี่ ก็เลยโปรดเกล้าฯ ให้พระศรีไชยบาล (จีนหง) (วันหลังเลื่อนตำแหน่งเป็นพระยาศรีไชยบาล) ตั้งโรงสลากกินแบ่งขึ้นมาตั้งแต่เวลานั้น

ลอตเตอรี่ในระยะเริ่มต้นจะเล่นอยู่ในกรุ๊ปคนจีน เรียกว่า “ฮวยลอตเตอรี่” (花會) แสดงว่า ประชุมดอกไม้ ด้วยเหตุว่าเริ่มต้นเขียนตัวสลากกินแบ่งเป็นรูปดอกไม้ ถัดมาก็เลยกลายเป็นชื่อชาวจีน โดยการทำเป็นแผ่นป้ายเล็กๆปริมาณ 34 ป้าย แล้วเขียนชื่อของคนดังในโบราณกาลเอาไว้บนป้าย ให้แทงว่าจะออกเป็นชื่อคนไหน หากทายถูกเจ้ามือจ่าย 30 ต่อหนึ่ง ถัดมาเมื่อการเดิมพันแพร่ระบาดสู่สังคมไทย ก็เลยได้มีการออกลอตเตอรี่ที่เป็นอักษรไทย (ซึ่งใช้ตัวหนังสือ 36 ตัว) ก็เลยมีชื่อเรียกว่า “ลอตเตอรี่ ก ข” โดยโรงสลากกินแบ่งเป็นของเมืองที่มีเอกชน เป็นผู้ได้รับสัมปทานดำเนินงาน ดังนี้นายอากรลอตเตอรี่ ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น “ขุนบาล” หรือ “ขุนบาน” โดยรายได้จากอากรสลากกินแบ่งมีเยอะมากๆ แล้วก็ได้เปลี่ยนเป็นรายได้ที่สำคัญของเมือง หวยรัฐบาล

ความอยากได้เล่นสลากกินแบ่งมีมากยิ่งกว่าที่เมืองจะจัดให้เล่นได้ ก็เลยได้กำเนิดขุนบานหยาบคายขึ้นทั่วทั้งประเทศ ในรัชสมัยของรัชกาลที่ 5 ทรงมีความคิด ที่จะยกเลิกการเล่นพนัน แม้กระนั้นเพราะอากรลอตเตอรี่เป็นรายได้ที่สำคัญ ก็เลยได้ทรงยกเลิกอากรบ่อนเบี้ยก่อน และก็ค่อยมีการยกเลิกอากรลอตเตอรี่ในยุครัชกาลที่ 6

ในรัชสมัยของรัชกาลที่ 5 ได้มีการออกสลากกินแบ่งขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อหาเงินบำรุงการบุญ แล้วก็ได้มีการออกสลากกินแบ่งในวาระพิเศษอีกบ่อย โดยมีจุดหมายเพื่อบำรุงสาธารณกุศล จนถึงรัฐบาลตอนหลังความเคลื่อนไหวการปกครอง ใน พุทธศักราช 2475 ได้ให้มีการออกหวยเสมอๆ รวมทั้งในปี พุทธศักราช 2482 ได้มีการตั้งขึ้นสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล หรือ หวยรัฐบาล ให้มีการออกสลากกินแบ่งบ่อยๆ การเล่นลอตเตอรี่ก็เลยได้เปลี่ยนแปลงมาใช้เลขท้าย ของสลากกินแบ่ง เป็นการออกลอตเตอรี่แทนลอตเตอรี่ ก ข แบบเดิม

สลากกินแบ่ง หวยรัฐบาลไทย

หวยรัฐบาล หวยรัฐบาล เป็นสลากกินแบ่งประเภทหนึ่งในประเทศไทย คนที่ต้องการจะขายจะต้องขอจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลก่อน ในตอนนี้ออกทุกเมื่อเชื่อวันที่ 1 รวมทั้ง 16 ของเดือน ละเว้น

  • งวด 1 เดือนมกราคม แปรไปออกรางวัลในวันที่ 30 เดือนธันวาคม ปีกลายหน้า เพราะเหตุว่าเป็นวันขึ้นปีใหม่
  • งวด. 16 เดือนมกราคม แปรไปออกรางวัลในวันที่ 17 เดือนมกราคม เนื่องมาจากตรงกับวันคุณครู
  • งวด 1 พ.ค. แปรไปออกรางวัลในวันที่ 2 พ.ค. ด้วยเหตุว่าตรงกับวันแรงงานแห่งชาติ

ปัจจุบันนี้ที่ทำการฯ พิมพ์และก็ขายสลากงวดละไม่ต่ำลงยิ่งกว่า 50 ชุด โดยชุดที่ 01–50 เป็นสลากปกติ ชุดที่ 51–100 เป็นสลากการบุญ มีตัวเลข 000000–999999 แบบเดียวกันทุกชุด (สลากก่อนปี พุทธศักราช 2538 จะเป็นแบบจำนวน 7 หลัก ตั้งแต่ 0000000–9999999) โดยสลากใบจะมีอยู่ 2 ฉบับคู่กัน โน่นเป็นหนึ่งใบจะมีลำดับที่เดียวกันสองชุด ทำให้มีสิทธิ์ได้รับรางวัลเป็นสองเท่าจากที่กำหนดไว้ แต่ถ้าหากสลากมีเพียงแต่เลขชุดเดียว อันด้วยเหตุว่าการแบ่งขายหรือการพิมพ์ที่บกพร่อง ถ้าหากว่าถูกรางวัลก็จะได้รับเงินรางวัลไปชุดเดียว หรือหากถูกรางวัลมากยิ่งกว่าหนึ่งจำพวกในสลากใบเดียวกัน ก็รับเงินรางวัลไปตามปริมาณที่ถูก รางวัลต่างๆหวยรัฐบาล

ปริมาณรางวัลมีดังนี้ (อัปเดตปัจจุบัน ใช้แต่งตั้งวดที่ 1 ก.ย. 2560 เป็นต้นไป)

แบบล็อตเตอรี่ของไทย จัดตามลำดับ

ล็อตเตอรี่ใน 1 ชุด จะมีปริมาณ 1 ล้านฉบับ ราคาฉบับละ 80 บาท ถ้าหากจัดจำหน่ายหมด ระบุเงินรางวัลต่อชุด ดังต่อไปนี้

  • รางวัลที่ 1 มีปริมาณ 1 รางวัล รางวัลละ 6,000,000 บาท
  • เลขท้าย 2 ตัว มีปริมาณ 1 รางวัล รางวัลละ 2,000 บาท
  • เลขท้าย 3 ตัว มีปริมาณ 2 รางวัล รางวัลละ 4,000 บาท
  • เลขหน้า 3 ตัว มีปริมาณ 2 รางวัล รางวัลละ 4,000 บาท
  • รางวัลที่ 2 มีปริมาณ 5 รางวัล รางวัลละ 200,000 บาท
  • รางวัลที่. 3 มีปริมาณ 10 รางวัล รางวัลละ 80,000 บาท
  • รางวัลที่ 4 มีปริมาณ 50 รางวัล รางวัลละ 40,000 บาท
  • รางวัลที่ 5 มีปริมาณ 100 รางวัล รางวัลละ 20,000 บาท
Author